คำว่า "เด็กโรคหัวใจ"อาจฟังดูธรรมดา ๆ แต่รูปข้างต้นจะอธิบายได้ถึงสิ่งที่เด็กโรคหัวใจต้องประสบไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพราะการผ่าตัดคือทางรักษาทางเดียวเท่านั้นสำหรับเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการ ตามสถิติทารกที่เกิดขึ้นมาจะมีโอกาสเป็นโรคหัวพิการแต่กำเนิดนั้นเพียง ๘ ใน ๑๐๐๐ คน แต่นั่นก็ไม่มีใคร หรือพ่อแม่คนใดอยากให้เกิดกับลูกของตน เพราะการรักษานั้นแสนยากลำบาก สร้างความทุกข์ทรมานต่อตัวเด็กมาก อีกทั้งยังเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากอันเป็นภาระที่ใหญ่หลวงกับผู้เป็นพ่อแม่ แต่ที่สำคัญและน่าสงสารที่สุดคือ เด็กที่เป็นโรคนี้บางคนต้องรอคิวการผ่าตัดนานถึง ๒-๓ ปี จนบางครั้งรอไม่ไหว ก็ต้องพิการจากโรคแทรกซ้อน หรือต้องจากไปก่อนอย่างไม่มีทางช่วยเหลือ และไม่มีแม้โอกาสจะได้รับการผ่าตัดรักษาเด็กที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับโรคหัวใจพิการ (Pediatric Cardiac) นั้น ต้องได้รับการดูแลเลี้ยงดูอย่างเป็นพิเศษ และต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและทันถ่วงที เพราะความอ่อนแอของร่างกายอันเกิดจากหัวใจดวงน้อย ๆ ที่พิการและทำงานไม่ปกติ เช่นบางคนอาจลิ้นหัวใจรั่ว บางคนหัวใจพิการไม่ครบ ๔ ห้องเหมือนคนปกติ บางคนเส้นเลือดบางเส้นขาดหายไปบ้าง สารพัดสาเหตุที่ก่อให้เกิดความผิดปกติ แต่ทั้งหดนี้ ขึ้นกับหัวใจของเด็กแรกเกิดที่มีขนาดเล็กมาก ๆ เมื่อเทียบแล้วก็เพียงแค่ขนาดลูกปิงปองเท่านั้นเอง สาเหตุจากการที่มีหัวใจผิดปกตินั้นยังไม่ได้หยุดปัญหาเพียงเท่านั้น เพราะการที่เด็กต้องรอคิวการผ่าตัดรักษาเป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น ฝีในสมอง อัมพาด หรือมีผลต่ออวัยวะอื่น ๆ ซึ่งบางครั้งเมื่อนานวันอาการที่เป็นอยู่นั้นก็อาจทวีความรุนแรงจนไม่สามารถรักษาได้ จนในที่สุดเสียชีวิตลงอย่างหมดทางเยียวยารักษาโดยสิ้นเชิง
ในแต่ละวันของเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการนั้น มีความเสี่ยงทุกเสี้ยววินาที เด็กเหล่านี้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์จากความผิดปกติของหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนักและเหนื่อยง่าย บางรายนั้นมีอาการรวมกับปอดด้วย ก็จะมีอาการที่เรียกว่า "เด็กตัวเขียว" ซึ่งเกิดจากการที่ปอดไม่สามารถฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดงได้อย่างสมบูรณ์ อันอาจมีสาเหตุจากความผิดปกติของหัวใจหรือเส้นเลือดระหว่างอวัยวะทั้งสอง ผลที่เกิดขึ้นเด็กพวกนี้จะมีอาการเหนื่อยง่ายมาก ๆ ถ้าเป็นรุนแรงแค่เด็กดูดนมก็จะเหนื่อยหอมแล้ว ต้องให้พักแล้วจึงทานนมต่อเป็นช่วง ๆ เพื่อให้ร่างกายหายใจและฟอกเลือดได้ทัน เด็กบางคนถ้าร้องไห้มากตัวก็จะเขียวจนออกคล้ำได้ ซึ่งถือว่าอันตรายเป็นอย่างมาก เด็กอาจช๊อกจากการที่เลือดดำหรือเลือดเสียมากเกินไป บางคนดีขึ้นมาหน่อยก็วิ่งเล่นได้ แต่ก็ได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องพัก เด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการนี้จึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษอย่างมาก
มาถึงตรงนี้ ผมอยากจะบอกว่าภาพข้างต้นเป็นภาพของ "เด็กที่โชคไม่ดี" แต่ยัง "มีโชค"อยู่บ้าง ถึงแม้เด็กคนนี้โชคไม่ดีที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด แต่เด็กคนนี้ก็ยังมีโชคดีกว่าเด็กอีกหลายร้อยหลายพันคนที่ยังได้มีโอกาสรับการผ่าตัดรักษาได้ทันเวลา ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือ เด็กจะต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการผ่าตัดอย่างทันเวลาจึงจะมีโอกาส เติบโตขึ้นใกล้เคียงกับเด็กปกติ
วันนี้เราทุกคนกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้คิวการรอคอยการผ่าตัดลดลงให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยชีวิตเด็กตัวเล็ก ๆ ที่มีเวลาเป็นเดิมพันของชีวิตให้ทันเวลา และได้พ้นทุกข์ทรมานจากโรคร้ายนี้ให้เร็วที่สุด การได้รับการผ่าตัดอย่างทันเวลานั้นจะสามารถช่วยรักษาหรือต่อชีวิตให้เด็กมีชีวิตต่อไปได้ และเพื่อให้ พรุ่งนี้ไม่สายเกินไป สำหรับเด็กๆ บางคนที่ไม่สามารถ รอ ได้อีกต่อไป
บทความโดย นยล. จตุรงค์ เกิดรัตน์ (เลขานุการ กองทุนโครงการผ่าตัดหัวใจเด็ก สร.บางเขน)
ผู้ประสงค์บริจาคเข้ากองทุนดังกล่าว กรุณาติดต่อ นยล. จตุรงค์ เกิดรัตน์ โทร 086-5555-391 หรือ นย. วัลย์ลดา พงษ์เภตรารัตน์ โทร 02-9115 805 หรือ ประธานคณะอนุกรรมการโครงการผ่าตัดหัวใจเด็กภาค ๓๓๕๐ อน. ณัฏฐ์ จงสฤษดิ์ 081-8193 039
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น